top of page

วัดท่าช้าง หลวงพ่อหิน ตำบลเนินมะกอก อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร

logo

“มณฑปเก่า 111 ปี"

watthachang01 (27).jfif

มณฑปเก่าวัดท่าช้าง ตั้งอยู่ที่ วัดท่าช้าง อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร
มีอายุประมาณ 111 ปี (พ.ศ. 2458 – 2569)

สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2458
อ้างอิงจากป้ายจารึกบริเวณด้านทิศใต้ของมณฑประบุว่า:

“นายพรม นางพวง ด้วงทอง เป็นผู้สร้าง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2458”

แม้ป้ายดังกล่าวจะได้รับการบูรณะใหม่ในภายหลัง แต่ก็เป็นหลักฐานสำคัญที่บอกถึงประวัติการสร้าง

✨ ลักษณะเด่นของมณฑป
เป็นอาคาร ย่อมุมยอดปราสาท แบบศิลปะพื้นบ้าน
หน้าบันทิศใต้: ปูนปั้น พระพุทธรูปปางนาคปรก
หน้าบันทิศเหนือ: ปูนปั้น พระพุทธรูปปางพระป่าลิไลยก์
มีลวดลาย ดอกไม้ปูนปั้น ละเอียดงดงาม
ยังพบ ร่องรอยการลงสีในอดีต

👉 สันนิษฐานว่า พระพุทธรูปทั้งสองปาง อาจเป็น “พระประจำวันเกิด” ของผู้สร้าง

ปัจจุบันมณฑปอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม แต่ยังคงสะท้อนฝีมือช่างพื้นบ้านที่งดงามได้อย่างชัดเจน

709014424_122106619971307767_6435606530219940246_n_edited.jpg
707843788_122106619983307767_783630090083270196_n_edited.jpg
708271281_122106620019307767_3555135342729322603_n_edited.jpg

ประวัติหลวงพ่อหินวัดท่าช้าง จังหวัดพิจิตร

   หวน พันธุพันธ์ กล่าวไว้ว่า กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

เสด็จไปนมัสการหลวงพ่อเงิน ที่วัดหิรัญญาราม อ.โพทะเล จ.พิจิตร เมื่อกลับมาจากนมัสการหลวงพ่อเงินวัดหิรัญญารามแล้วนั้น ได้มาแวะนมัสการหลวงพ่อหินที่วัดการ้อง (วัดการ้องเป็นวัดเก่าแก่ตั้งอยู่ ริมแม่น้ำน่าน ฝั่งตะวันตกตรงข้ามกับวัดท่าช้างปัจจุบัน วัดนี้พังหมดแล้วเพราะถูกน้ำเซาะ จึงเหลือแต่ชื่อวัด) พระองค์พอพระทัยในหลวงหินมากเห็นเศียรหลวงพ่อหินหักตกอยู่ข้างองค์หลวงพ่อหิน จึงได้ขอเศียรพระหลวงพ่อหินไปไว้ที่พิพิธภัณฑ์

สถานแห่งชาติ ต่อมาราวปี พุทธศักราช ๒๔๘๐ ชาวบ้านจึงได้พร้อมใจกันสร้างเศียรหลวงพ่อหิน ต่อเติมขึ้นมาใหม่ แล้วนำหลวงพ่อหินมาประดิษฐานที่วัดท่าช้าง ตำบลเนินมะกอก อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำฝั่งตะวันออก ห่างจากที่ว่าการอำเภอบางมูลนาก ประมาณ ๒ กิโลเมตร ปัจจุบันทางวัดท่าช้างได้สร้างมณฑปหลังใหม่ ขนาดใหญ่ มีความสวยงดงามมาก มูลค่านับสิบล้าน เพื่อประดิษฐานหลวงพ่อหิน

ตามประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อหิน น่าจะเป็นพระพุทธรูปแบบทวาราวดียุคต้น

(พุทธศักราช ๑๐๐๐ ถึง ๑๒๐๐) เพราะพระพุทธรูปสมัยทวาราวดียุคต้น ได้รับอิทธิพลจากคุปตะมาจะสวยงามเป็นพิเศษโดยเฉพาะเศียรเท่านั้นดังนั้นกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พอพระทัยในเศียรหลวงพ่อหินมาก พระพุทธรูปแบบทวาราวดี พุทธศตวรรษที่ (๑๐ ถึง ๑๗)ศิลปะแบบทวาราวดี ถือกำเนินจากศิลปะคุปตะโดยตรงมีศูนย์กลางอยู่ที่นครปฐม และได้แผ่ออกไปทางภาคอีสาน เขมร ถึง ภาคใต้ (ถึงนครศรีธรรมราช)

ทวาราวดีแบ่งได้ ๓ ยุค

๑.ยุคต้น (พุทธศักราช ๑๐๐๐ ถึง ๑๒๐๐) มักสร้างด้วยหินขนาดใหญ่ สัดส่วนไม่สมบูรณ์ ได้รับอิทธิพลจาก คุปตะมาจะสวยงามเป็นพิเศษเฉพาะเศียรเท่านั้น

๒.ยุคกลาง (พุทธศักราช ๑๒๐๐ ถึง ๑๕๐๐) พระพุทธรูปยุคนี้สร้างด้วยหิน ดินเผา และห่อด้วยทองสำริดมีฝีมือสูงขึ้น พระเศียรมีลักษณะกลมเกลี้ยงขึ้น พระเนตรโปนโตพระนลาฎแคบ

๓.ยุคปลาย (พุทธศักราช ๑๕๐๐ ถึง ๑๗๐๐) ยุคนี้สร้างด้วยหิน ดินเผา ปูนปั้น พระพุทธรูปแบบทวาราวดีสร้างด้วยหินแข็ง มีทั้งขนาดใหญ่เล็ก ทั้งแบบลอยตัวและจำหลักนูน ที่สร้างด้วยสำริดก็มีบ้างแต่ส่วนใหญ่จะเป็นขนาดเล็ก สูงไม่เกินครึ่งฟุต มีทั้งปางสมาธิ และปางมารวิชัย

หลวงพ่อหินเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองของชาวอำเภอบางมูลนาก และชาวอำเภอใกล้เคียงมีประชาชนนิยมมานมัสการบนบานเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการเมื่อสำเร็จ ก็จะนำหัวหมู ไก่ ทองคำเปลว ดอกไม้ มาลัย มาถวาย บางรายก็บนไว้ว่าถ้าประสบความสำเร็จจะมีลิเกมาแก้บนถวาย ดังนั้นที่มณฑปหลวงพ่อวัดท่าช้างแห่งนี้ จะมีผู้คนนำหัวหมู มาแก้บนตลอด แทบจะทุกวัน ถ้าเป็นวันเสาร์ และ วันอาทิตย์ จะมีมากว่าวันธรรมดา ส่วนลิเกแก้บนจะมีแทบทุกเดือนบางเดือน ก็มีถึง ๔ ถึง ๕ ครั้ง

คำขวัญวัดท่าช้าง

หลวงพ่อหินศักดิ์สิทธิ์ แหล่งใกล้ชิดพุทธธรรม

เลิศล้ำสามัคคี

มิ่งศรีหลวงพ่ออู๋ งามหรูมณฑปใหญ่

watthachang01 (14)_edited.jpg
watthachang.jpg
หลวงพ่อหิน ประดิษฐานอยู่วิหารเก่า (ก่อนย้าย)
มณฑปหลวงพ่อหิน (สร้างใหม่)
ภายในมณฑปหลวงพ่อหิน

ประวัติอุโบสถวัดท่าช้าง จังหวัดพิจิตร

วัดท่าช้าง เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่ในอำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร มีประวัติความเป็นมายาวนาน และเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนริมแม่น้ำน่านมาแต่โบราณ โดยวัดได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นวัดอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2442

ภายในวัดมีศาสนสถานสำคัญหลายแห่ง โดยเฉพาะ “อุโบสถ” ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญสำหรับประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา เช่น พิธีอุปสมบท การสวดพระปาติโมกข์ และกิจกรรมสำคัญของคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนในชุมชน

ลักษณะสถาปัตยกรรมพระอุโบสถ

อุโบสถวัดท่าช้างมีรูปแบบสถาปัตยกรรมไทยประเพณีภาคกลาง ผสมผสานงานช่างพื้นถิ่นของจังหวัดพิจิตร ตัวอาคารก่ออิฐถือปูน ยกพื้นสูงตามแบบวัดไทยสมัยรัตนโกสินทร์ หลังคาซ้อนชั้นประดับช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์ แสดงถึงเอกลักษณ์ของศิลปกรรมไทยที่ยังคงรักษารูปแบบดั้งเดิมไว้อย่างงดงาม

รอบอุโบสถมีใบเสมากำหนดเขตพัทธสีมา อันเป็นเขตศักดิ์สิทธิ์สำหรับประกอบสังฆกรรมตามพระธรรมวินัย ภายในประดิษฐานพระประธานซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนผู้มาทำบุญและปฏิบัติศาสนกิจ

 

ความสำคัญต่อชุมชน

อุโบสถวัดท่าช้างมิได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านในพื้นที่บางมูลนากและชุมชนใกล้เคียงมาอย่างยาวนาน ประชาชนนิยมมาทำบุญ ฟังธรรม และร่วมกิจกรรมสำคัญทางพระพุทธศาสนาในวันสำคัญต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ วัดท่าช้างยังเป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อหิน” พระพุทธรูปหินทรายโบราณที่ได้รับความเคารพศรัทธาอย่างมาก โดยสันนิษฐานว่ามีความเกี่ยวข้องกับศิลปะสมัยทวารวดีตอนต้น และถือเป็นปูชนียวัตถุสำคัญคู่กับวัดและชุมชน

 อุโบสถกับพัฒนาการของวัด

ตลอดระยะเวลาหลายชั่วอายุคน อุโบสถวัดท่าช้างได้รับการดูแล บูรณะ และปรับปรุงตามสภาพกาลเวลา เพื่อให้คงความมั่นคงและเหมาะสมต่อการใช้งานทางศาสนา สะท้อนถึงพลังศรัทธาของประชาชนในท้องถิ่นที่ร่วมกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน พระอุโบสถวัดท่าช้างยังคงเป็นศูนย์กลางกิจกรรมทางศาสนา การศึกษา และวัฒนธรรมของชุมชน อีกทั้งเป็นมรดกทางพุทธศิลป์และสัญลักษณ์แห่งความศรัทธาที่ทรงคุณค่าของจังหวัดพิจิตรสืบไป

wathachangbankmunnak_edited.jpg
วัดท่าช้างพิจิตร.jpg
ภาพถ่ายอุโบสถวัดท่าช้าง หลังเก่า ก่อนบูรณะใหม่

รวมภาพอุโบสถหลังใหม่ ที่อยู่ปัจจุบัน

698168356_122102989881307767_109293089835119543_n_edited.jpg
watthachang01 (29)_edited.jpg
690668392_26829117856741717_1386900860518240357_n.jpg

ประวัติโรงเรียนพระปริยัติธรรม วัดท่าช้าง จังหวัดพิจิตร

ศูนย์กลางการศึกษาพระพุทธศาสนาแห่งชุมชนบางมูลนาก

วัดท่าช้าง เป็นวัดสำคัญแห่งหนึ่งของชุมชนลุ่มแม่น้ำน่านในพื้นที่อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร นอกจากบทบาทด้านศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของประชาชนแล้ว วัดยังมีบทบาทสำคัญด้าน “การศึกษาพระปริยัติธรรม” ซึ่งเป็นระบบการศึกษาของคณะสงฆ์ไทยที่สืบทอดมาตั้งแต่อดีต

ในอดีต วัดไทยทำหน้าที่เป็นสถานศึกษาของชุมชน โดยพระภิกษุผู้มีความรู้จะทำหน้าที่อบรมสั่งสอนพระธรรมวินัย ภาษาบาลี ตลอดจนวิชาพื้นฐานแก่พระภิกษุสามเณรและเยาวชนในท้องถิ่น วัดท่าช้างเองก็เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการศึกษาดังกล่าวของพื้นที่บางมูลนาก

การศึกษานักธรรมภายในวัด

การศึกษาพระปริยัติธรรมของวัดท่าช้าง เน้นการศึกษานักธรรม ซึ่งเป็นหลักสูตรพื้นฐานของคณะสงฆ์ไทย โดยมุ่งให้พระภิกษุและสามเณรมีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมคำสอน พระวินัย และแนวปฏิบัติทางพระพุทธศาสนาอย่างถูกต้อง

การศึกษาภายในวัดประกอบด้วย

  • นักธรรมชั้นตรี

  • นักธรรมชั้นโท

  • นักธรรมชั้นเอก

ในอดีต การเรียนการสอนมักใช้ศาลาการเปรียญหรืออาคารภายในวัดเป็นสถานที่ศึกษา โดยมีพระภิกษุผู้มีความรู้ทำหน้าที่เป็นครูสอนธรรมแก่สามเณรและพระภิกษุรุ่นใหม่
 

บทบาทด้านการศึกษาของวัดท่าช้าง

วัดท่าช้างมิได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบศาสนกิจเท่านั้น หากยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และอบรมคุณธรรมของชุมชน โดยเฉพาะในอดีตที่วัดมีบทบาทสำคัญต่อการศึกษาไทยก่อนการขยายตัวของระบบโรงเรียนภาครัฐ

การศึกษานักธรรมภายในวัดช่วยปลูกฝังความรู้ทางพระพุทธศาสนา ระเบียบวินัย และคุณธรรมจริยธรรม อันเป็นพื้นฐานสำคัญของพระภิกษุสามเณรและพุทธศาสนิกชนในท้องถิ่น
 

คุณค่าทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์

บทบาทด้านการศึกษาพระปริยัติธรรมของวัดท่าช้างสะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชุมชนไทยในอดีต ซึ่งวัดทำหน้าที่ทั้งเป็นศูนย์กลางศาสนา แหล่งการศึกษา และพื้นที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น

แม้ปัจจุบันรูปแบบการศึกษาของคณะสงฆ์จะมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แต่วัดท่าช้างยังคงมีบทบาทในการส่งเสริมการศึกษาพระพุทธศาสนาและการอบรมคุณธรรมแก่พระภิกษุสามเณรอย่างต่อเนื่อง
 

watthachang01 (43)_edited.jpg
วัดท่าช้าง พิจิตร_edited.jpg
watthachang01 (33)_edited.jpg

อ่างน้ำพระพุทธมนต์โบราณ วัดท่าช้าง พิจิตร (ศก. ๑๒๒)

วัดท่าช้าง_edited.jpg
วัดท่าช้าง พิจิตร_edited.jpg

อ่างน้ำพระพุทธมนต์โบราณใบนี้ เป็นโบราณวัตถุสำคัญของวัดท่าช้าง ตำบลเนินมะกอก อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ซึ่งสืบทอดอยู่คู่กับวิถีศรัทธาของชุมชนมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันทางวัดใช้เป็นภาชนะสำหรับบรรจุน้ำพระพุทธมนต์ในพิธีกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับ “หลวงพ่อหิน” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของวัด และประดิษฐานอยู่ภายในมณฑปหลวงพ่อหิน

บนตัวอ่างปรากฏข้อความจารึกว่า

 

“ทายกเมืองภูมิพร้อมใจกันหล่อขันต้มกรักถวายสำรับอารามวัดท่าช้างหล่อเมื่อ ศก ๑๒๒”

ข้อความดังกล่าวสะท้อนถึงความร่วมแรงร่วมใจของคณะทายกและประชาชนในอดีต ที่ได้ร่วมกันหล่อภาชนะโลหะถวายไว้เป็นสมบัติของวัด เพื่อใช้ในกิจของพระสงฆ์และพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา โดยคำว่า “ศก.122” สันนิษฐานว่าอาจหมายถึงรัตนโกสินทรศก 122 ตรงกับประมาณพุทธศักราช 2446 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

แม้เดิมอ่างใบนี้อาจสร้างขึ้นเพื่อใช้ในกิจเกี่ยวกับการต้มย้อมจีวรตามขนบของสงฆ์ในอดีต แต่กาลเวลาต่อมาทางวัดได้นำมาใช้เป็นอ่างน้ำพระพุทธมนต์สำหรับประกอบพิธีเกี่ยวกับหลวงพ่อหิน อันเป็นการสืบทอดคุณค่าของโบราณวัตถุให้ยังคงมีบทบาทในวิถีศรัทธาของชุมชนตราบจนปัจจุบัน

อ่างน้ำพระพุทธมนต์โบราณใบนี้จึงนับเป็นทั้งโบราณวัตถุและสัญลักษณ์แห่งศรัทธาของชาวตำบลเนินมะกอก สะท้อนถึงภูมิปัญญาช่างหล่อโลหะพื้นบ้าน ความผูกพันระหว่างวัดกับชุมชน และความต่อเนื่องของพระพุทธศาสนาในท้องถิ่นจังหวัดพิจิตรได้อย่างทรงคุณค่า

bottom of page